Smart Home for Aging

บ้านอุ่นใจ โครงการวิจัยต้นแบบการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อปรับสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ

  • Smart Healthcare
3
ownerCHUJIT TREERATTANAPHAN
image
image
  • Project categoriesSmart Healthcare
  • Strategic research themesSmart Healthcare
  • Sub themes-
  • SDG goalsGood health and well-being

Table of contents

Executive summary

Project Info / Background

โครงการวิจัยการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้สูงอายุและผู้ดูแลอย่างรอบด้าน โดยมีเป้าหมายในการออกแบบสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ส่งเสริมความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการพึ่งพาตนเองของผู้สูงวัย โครงการได้พัฒนารูปแบบการปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับการสร้างที่พักอาศัยใหม่และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเดิม นอกจากนี้ โครงการยังเน้นการบูรณาการเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมและใช้งานได้จริง เช่น ระบบควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าระยะไกล, ระบบเซนเซอร์ตรวจจับความปลอดภัย, ระบบแจ้งเตือน และระบบติดตาม โดยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของโครงการนี้คือการพัฒนา ระบบและแอปพลิเคชัน บ้านอุ่นใจ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ดูแลสามารถติดตามและดูแลผู้สูงอายุได้อย่างใกล้ชิด สร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวได้ในทุกสถานการณ์

Project detail

Process

ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล โครงการได้ดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึกในบริบทจริง (Contextual Interview) กับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแล เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งศึกษาบริบททางกายภาพของที่พักอาศัยรูปแบบต่างๆ อาทิ บ้านเดี่ยว อาคารชุด และอาคารพาณิชย์ โดยพิจารณาเจาะลึกถึงโครงสร้าง สภาพแวดล้อม และลักษณะการใช้งานพื้นที่จริง นอกจากนี้ การศึกษายังมุ่งวิเคราะห์ถึงปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่อยู่อาศัย ตลอดจนสำรวจทางเลือกด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งโซลูชันที่มีอยู่ในปัจจุบันและแนวโน้มการพัฒนาในอนาคต เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดมาบูรณาการเป็นแนวทางในการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และตอบสนองต่อความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Design guideline

ด้านการออกแบบแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมระบบภายในบ้าน (Smart Home Application Design) โครงการได้ออกแบบแอปพลิเคชันให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการสภาพแวดล้อม (Centralized Control Hub) โดยยึดกรอบแนวคิดหลัก 3 ประการ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยและการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่: 1. การติดตามสถานะของผู้สูงอายุ (Realtime Monitoring): ระบบถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์เซนเซอร์ภายในบ้าน เพื่อประมวลผลและแสดงข้อมูลสถานะปัจจุบันของผู้สูงอายุ เช่น ตำแหน่งการเคลื่อนไหวในแต่ละพื้นที่ของบ้าน หรือสถานะการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถประเมินสวัสดิภาพและพฤติกรรมประจำวันของผู้สูงอายุได้ตลอดเวลาโดยไม่เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวจนเกินไป 2. การแจ้งเตือนอัจฉริยะ (Smart Notification Alert System): ระบบสามารถคัดกรองและส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลหรือสมาชิกในครอบครัว โดยแบ่งระดับความสำคัญออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การแจ้งเตือนเชิงป้องกันและกิจวัตรประจำวัน (Reminders): เช่น การเตือนเมื่อเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้ การแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน (Emergency Alerts): ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนแบบทันที (Push Notification) เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบความผิดปกติร้ายแรง หรือเมื่อผู้สูงอายุกดปุ่มขอความช่วยเหลือ (SOS) 3. การติดต่อสื่อสารอย่างทันท่วงที (Instant Communication): มีการบูรณาการช่องทางการสื่อสารเข้าไว้ในแอปพลิเคชัน เพื่อลดช่องว่างและระยะเวลาในการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบรองรับการติดต่อสื่อสารแบบสองทาง (Twoway Communication) ทั้งในรูปแบบเสียงหรือวิดีโอ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถประเมินสถานการณ์เบื้องต้นและให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน (User Interface Experience Design): เพื่อให้แอปพลิเคชันสามารถใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพกับบุคคลทั้ง 2 กลุ่ม โครงการจึงได้ออกแบบสถาปัตยกรรมการใช้งาน (UX/UI) แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ดังนี้: ระบบสำหรับผู้สูงอายุ (Elderly Interface): มุ่งเน้นความเรียบง่าย (Simplicity) และการเข้าถึงง่าย (Accessibility) ใช้การออกแบบหน้าจอที่มีไอคอนขนาดใหญ่ ตัวอักษรชัดเจน มีความเปรียบต่างของสีสูง (High Contrast) ลดความซับซ้อนของเมนูย่อย โดยเน้นเฉพาะฟังก์ชันที่จำเป็น เช่น การเปิดปิดไฟ การเรียกดูข้อมูลพื้นฐาน และปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่เข้าถึงได้ไวที่สุด ระบบสำหรับผู้ดูแล (Caregiver Dashboard): มุ่งเน้นการบริหารจัดการและการแสดงผลข้อมูลเชิงลึก (Data Management) หน้าจอถูกออกแบบในลักษณะแดชบอร์ด (Dashboard) ที่แสดงสถานะรวมของบ้าน ผู้ดูแลสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน ตรวจสอบประวัติการทำกิจกรรม ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าระยะไกล (Remote Control) และบริหารจัดการสิทธิ์การเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างสมบูรณ์

Design guideline

แนวทางการออกแบบพื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Elderly Home Design Guidelines) จากผลการทดสอบพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในบ้านจำลอง (Experimental Home) โครงการได้สรุปแนวทางปฏิบัติในการออกแบบและจัดสรรพื้นที่พักอาศัย เพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดทางกายภาพและวิถีชีวิตของผู้สูงวัย โดยแบ่งออกเป็น 5 แนวทางหลัก ดังนี้: 1. การออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ (Multifunctional Space) ด้วยข้อจำกัดทางด้านการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุมักหลีกเลี่ยงการเดินระยะไกลเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และมีแนวโน้มที่จะทำกิจกรรมหลายรูปแบบต่อเนื่องกันในพื้นที่เดียว (เช่น พื้นที่พักผ่อนที่ใช้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารว่างหรืองานอดิเรก) ดังนั้น การออกแบบพื้นที่จึงควรเน้นความยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงขนาดพื้นที่ที่เหมาะสม และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบกิจวัตรประจำวัน 2. การออกแบบพื้นที่รอยต่อ (Transitional Space) การออกแบบพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างสัดส่วนต่างๆ จำเป็นต้องมี สัญญาณเตือนทางกายภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และระมัดระวังอุบัติเหตุ โดยให้ความสำคัญใน 3 บริบทหลัก ได้แก่: พื้นที่รอยต่อภายนอกและภายในห้องน้ำ: ควรมีการเตือนล่วงหน้าถึงความแตกต่างของระดับความสูงหรือวัสดุปูพื้น พื้นที่รอยต่อส่วนเปียกและส่วนแห้ง: เพื่อป้องกันการลื่นล้มซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อย ควรออกแบบให้มีระยะการเตือนก่อนเข้าถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยง พื้นที่เตือนจุดเสี่ยงจากเฟอร์นิเจอร์: เพื่อป้องกันการเดินสะดุดเฟอร์นิเจอร์ที่มีระดับต่ำกว่าสายตา (เช่น ขาตู้ หรือฐานเตียง) ควรออกแบบเส้นขอบเขต (Border) ให้สังเกตเห็นได้ชัดเจน โดยอาจใช้สีสันที่สะดุดตา วัสดุเรืองแสงในที่มืด หรือใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัส (Texture) แตกต่างกัน ทั้งนี้ กรอบเตือนดังกล่าวต้องติดตั้งให้เรียบเสมอไปกับพื้นเดิม เพื่อไม่ให้กลายเป็นจุดสะดุดเสียเอง 3. การออกแบบแสงสว่างแบบไล่ระดับ (Gradient Atmosphere) เนื่องจากสมรรถนะการมองเห็นและการปรับสายตาในที่มืดของผู้สูงอายุถดถอยลง การเปลี่ยนผ่านระหว่างพื้นที่สว่างจ้าและพื้นที่มืดอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ระบบแสงสว่างจึงควรออกแบบให้สามารถปรับระดับความสว่างได้ (Dimmable) หรือใช้ระบบหน่วงเวลาปิดไฟ (Fadeout Lighting) เพื่อให้สายตามีเวลาปรับตัวเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของแสง 4. ระบบควบคุมไฟส่องสว่างอัตโนมัติ (Electrical Auto Controller) ผู้สูงอายุมักมีพฤติกรรมการลุกเข้าห้องน้ำบ่อยครั้งในเวลากลางคืน การเปิดไฟสว่างจ้าทันทีอาจทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว ในขณะที่การเดินคลำทางเพื่อหาเต้ารับสวิตช์ก็เสี่ยงต่อการหกล้ม โครงการจึงแนะนำให้ติดตั้งเซนเซอร์เปิดปิดไฟอัตโนมัติ (Motion Sensors) ในเส้นทางเดินหลัก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในยามวิกาล 5. การออกแบบและประยุกต์ใช้เฟอร์นิเจอร์ (Furniture Design for Elderly) นอกเหนือจากการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) และการลดเหลี่ยมมุมให้โค้งมนเพื่อความปลอดภัยแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน (Builtin) เดิมให้ตอบโจทย์ข้อจำกัดทางร่างกายที่เปลี่ยนไป เช่น การเสริมราวจับ (Grab bars) บนเฟอร์นิเจอร์ หรือการเพิ่มที่พักแขนเพื่อช่วยพยุงตัวขณะลุกและนั่ง

Location

Bangkok

Link to publication

Team

Members

  • avatar thumbnail

    CHUJIT TREERATTANAPHAN

    Project owner
    Lecturer - สาขาวิชาการบูรณาการการออกแบบด้วยพหุปัญญา (MIDI) (ป.ตรี), KMUTT
    • Digital Service Design
    • Design Thinking
    • Design Innovation
    • Service Design
    • UX/UI Design Research and Development
    • User-Centered Design
    • Interface/Interaction Design
    • Cognitive and Psychological Aspects in Design
    • Qualitative Research on User Behavior and Consumer Demand
    • User Research
  • avatar thumbnail

    DUANGKAMOL LIMWONGSE

    Lecturer, KMUTT
  • avatar thumbnail

    KARUNA KLEUBMONGKOL

    Lecturer, KMUTT
  • avatar thumbnail

    PRONYOS CHATTARAKUL

    Lecturer, KMUTT
  • avatar thumbnail

    SANTI NURATCH

    Lecturer, KMUTT
  • avatar thumbnail

    SARAWAN WONGSA

    Lecturer, KMUTT

Lab

  • thumbnail

    Soa+D: School of Architecture and Design , KMUTT

    More
  • thumbnail

    CoSI: Center of Service Innovation

    More
  • sponsor

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

  • sponsor

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ